กรมชลฯชี้อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นไม่ได้แตก

กรมชลฯชี้อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นไม่ได้แตก

Comments Off on กรมชลฯชี้อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นไม่ได้แตก

ที่ปรึกษากรมชลประทาน เผยอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น สกลนคร ไม่ได้แตก เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ดร.สมภพ สุจริต ที่ปรึกษากรมชลประทาน เปิดเผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า กรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ออกมาว่าอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นแตก ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วม อ.เมือง จ.สกลนคร นั้นโดยกล่าวว่า อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ไม่ได้แตกตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด

เนื่องจากคำว่าเขื่อนแตกถูกสร้างคำขึ้นมาให้ประชาชนตื่นตระหนก ในภาษาวิชาการคำว่าเขื่อนแตก มีลักษณะเหมือนตุ่มหรือโอ่งใส่น้ำ ที่เกิดการกระแทกจนแตก และน้ำไหลลงมาหมดทีเดียว แต่ความเป็นจริงแล้วหากเขื่อนแตกจริงจะใช้เวลาเพียงแค่ 5-10 วินาที และสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงไม่เห็นด้วยที่ใช้คำว่าเขื่อนแตกในการเผยแพร่และนำเสนอข่าว ควรใช้คำว่าทำนบดิน หรือสันเขื่อนพัง เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตระหนกตกใจ ส่วนสาเหตุที่ จ.สกลนคร เกิดน้ำท่วมอย่างหนักนั้นสาเหตุหลักเกิดจากน้ำเอ่อล้นในทะเลสาบหนองหาร ที่รับน้ำมาจากบริเวณโดยรอบ จ.สกลนคร ประกอบกับถูกพายุลูกใหญ่ ทั้ง ตาลัส และเซินกา ทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมาก ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น มีปริมาณน้ำไหลออก ประมาณ 1 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นมวลน้ำเพียงแค่ 1% ที่เข้าไปท่วมใน จ.สกลนคร เท่านั้น

ขณะที่นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคอีสาน ในปัจจุบัน พบว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมน้ำสูงสุด มีจำนวน 13 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา, แควน้อยบำรุงแดน, น้ำอูน, ห้วยหลวง, น้ำพุง, อุบลรัตน์, ลำปาว, สิรินธร, ป่าสักชลสิทธิ์ , ทับเสลา, กระเสียว, หนองปลาไหล และประแสร์ โดยอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ระหว่าง 80 – 100 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 123 แห่ง และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 139 แห่ง กรมชลประทานได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานและโครงการชลประทานที่รับผิดชอบในพื้นที่ติดตาม วิเคราะห์ และเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยลดระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำไหลเข้ามากกว่าความจุของอ่างเก็บน้ำ รวมถึงอ่างเก็บน้ำที่มีพื้นที่รับน้ำฝนขนาดใหญ่. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

About the author:

Back to Top