วันเดียวกันเช้าแต่งเย็นตาย ชนแล้วหนีเจ้าบ่าวเป็นศพ

วันเดียวกันเช้าแต่งเย็นตาย ชนแล้วหนีเจ้าบ่าวเป็นศพ

Comments Off on วันเดียวกันเช้าแต่งเย็นตาย ชนแล้วหนีเจ้าบ่าวเป็นศพ

โซเชียลฯ อาลัยเจ้าบ่าวป้ายแดง ญาติสุดเศร้าแต่งงานและตายวันเดียวกัน เผยเหตุถูกรถชนคู่กรณีหนี เจ้าสาวร้องไห้เลี้ยงลูกลำพัง

กรณีโลกออนไลน์ แชร์เรื่องราวสุดเศร้า หลังสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อว่า “น้องแนน แก้มป่อง” โพสต์ระบุ “RIP หลานชายสุดที่รัก 7/4/61 วันแต่งงาน และ 7/4/61 วันตาย วันแต่งงานวันตายวันเดียว เป็นวันที่มีความสุข และเจ็บปวดที่สุดของครอบครัว วันแต่งงานยิ้มอย่างมีความสุขได้เป็นฝั่งเป็นฝา แต่ใครจะรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีจะเป็นวันตาย กลับมาได้บ่ กลับมาให้ทุกคนตั้งโตก่อนได้บ่ ทรมานหัวใจเมื่อเห็นตอนเขาห่อศพหลาน เคยเห็นแต่ในข่าว บ่คิดสิมาเจอ มันบีบหัวใจ ทรมานหัวใจ ไปสู่ภพที่ดีเด้อบักหล่า ไปเป็นเจ้าบ่าวหล่อๆ อยู่บนฟ้าเด้อ เกิดชาติให้มาเป็นหลาน เป็นญาติกันแบบนี้อีกเด้อ สาเหตุการตาย คือขี่รถหลุดโค้ง”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 เม.ย. “เดลินิวส์ออนไลน์” สอบถามไปยัง น.ส.พัณนิดา ญารักษ์ อายุ 24 ปี พี่สาวที่โตมาด้วยกัน (ลูกพี่ลูกน้อง) กล่าวว่า เหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ เกิดเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากน้องชาย คือ นายนราดลณ์ อายุ 17 ปี เพิ่งจะเข้าพิธีสมรสกับเจ้าสาว หลังเสร็จจากงานแต่งประมาณ 23.30 น. น้องชายขี่รถจักรยานยนต์ กลับไปนอนที่บ้านของตนเอง ซึ่งห่างจากบ้านเจ้าสาวประมาณ 9 กม. ขณะที่เจ้าสาวนั่งรถยนต์อีกคันตามมาติดๆ กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้ง ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิต บริเวณทางโค้งบ้านโนนสวรรค์ ถนนศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น แล้วคู่กรณีหลบหนี กู้ภัยได้นำศพส่งภาควิชานิติเวชศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อทำการชันสูตร

น.ส.พัณนิดา กล่าวอีกว่า ตนและน้องชายสนิทกันมาก ตอนเด็กๆ ตนเป็นผู้เลี้ยงน้อง เพราะอยู่บ้านหลังเดียวกัน ในวันแต่งน้องชายยังได้ขอรองเท้าผ้าใบไปใส่ เพราะว่าน้องไม่มี วันนั้นทุกคนเห็นรอยยิ้มที่มีแต่ความสุขของน้องชาย ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ นอกจากนี้ตามความเชื่อแล้ว หลังจากแต่งงานต้องนอนค้างที่บ้านเจ้าสาวเป็นเวลา 3 คืน แต่น้องชายให้เหตุผลว่า ขอกลับไปนอนที่บ้านตัวเอง เพราะเคยชินกับที่บ้านและระยะทางไม่ไกลมาก อีกทั้งยังจะได้ดูแลลูกชายวัย 1 เดือนอย่างเต็มที่ โดยเพิ่งจะครบ 1 เดือนวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ผู้เป็นพ่อก็ต้องจากไปก่อน และมีพิธีเผาศพหลังครบ 3 วัน ไปเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา

“บริเวณนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อย มันค่อนข้างมืด ทำให้มีคนเสียชีวิตคาที่และไม่คาที่ แต่สุดท้ายก็คือตายเป็นศพ ซึ่งเจ้าสาวทำอะไรไม่ถูก ยืนร้องไห้ และก็มีพ่อกับแม่ของน้องชายเข้ามากอดศพ ในทางคดีของน้องชาย ก็ต้องรอภาพจากกล้องวงจรปิด ว่ามีเหตุถูกชนอย่างไร หากพ่อกับแม่ไม่ติดใจอะไร เพราะท่านทั้ง 2 ก็คิดว่าลูกเสียไปแล้ว ก็อาจจะไม่เอาความ แต่ผลกรรมคงตกไปที่คนผิดเอง อีกอย่างผลชันสูตรศพออกมาแล้วว่า ตรวจไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์” พี่สาวผู้ชาย ระบุ

About the author:

Back to Top