อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

Comments Off on อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

ขอต้อนรับสู่อุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์และความสวยงามของธรรมชาติ อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในปีพ.ศ.2525 ให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves) ที่นี่อยู่ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากบารา 22 กิโลเมตร สภาพทั่วไปประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 51 เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่ 7 เกาะได้แก่เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี แบ่งออกเป็น 2 หมู่เกาะใหญ่ คือหมู่เกาะตะรุเตาและหมู่เกาะอาดัง-ราวี

รอยอดีตแห่งตะรุเตา
ครั้งหนึ่งในอดีต ด้วยความเป็นเกาะที่อยู่ห่างไกลจากฝั่งและเต็มไปด้วยปัจจัยทางธรรมชาติที่เป็นอุปสรรค ทำให้ยากต่อการหลบหนี เกาะตะรุเตาคือสถานที่กักกันนักโทษชั้นดี และได้มีจัดตั้งนิคมขึ้นมา โดยสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักผู้คุม เรือนนอนนักโทษ และโรงฝึกอาชีพที่อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง ในปีพ.ศ.2481 นักโทษชุดแรก 500 คนได้เดินทางมาถึงเกาะตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อย ๆ จนมีจำนวนมากถึง 3,000 คน รวมทั้งนักโทษการเมือง และกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฎบวรเดชและกบฎนายสิบ ก็มากักบริเวณอยู่ที่อ่าวตะโละอุดัง ครั้นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้เกิดเหตุการณ์โจรสลัดตะรุเตา ซึ่งก็คือผู้คุมและนักโทษจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันออกปล้นสะดมเรือสินค้าที่ล่องผ่านช่องแคบมะละกา เพื่อดำรงชีพให้อยู่รอดจากภาวะการขาดแคลนอาหารและยารักษาโรคที่เกิดขึ้นอย่างหนักหน่วง แต่แล้วในที่สุด ตำนานโจรสลัดตะรุเตาก็ปิดฉากลงด้วยฝีมือของกองกำลังจากรัฐบาลอังกฤษ และต่อมาได้มีการประกาศยกเลิกนิคมตะรุเตา เกาะแห่งนี้ได้ถูกทิ้งร้างนานถึง 26 ปีก่อนได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของไทย

ช่วงเวลาเหมาะสม : เดือนพฤศจิกายน – เมษายน โดยจะมีฝนตกชุกที่สุดในเดือนกันยายน คลื่นลมแรง ไม่เหมาะกับการเดินเรือ จึงมีการกำหนดปิดฤดูกาลท่องเที่ยวประจำปีดังนี้ เฉพาะบริเวณหมู่เกาะอาดัง – ราวีปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายนของทุกปี และเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 พฤษภาคมของทุกปี

สิ่งที่น่าสนใจ
– ชมความยิ่งใหญ่ของ เกาะตะรุเตาที่ไม่เพียงเป็นเกาะใหญ่สุดของอุทยานฯ เท่านั้น หากยังอุดมไประบบนิเวศหลากหลาย ทั้งป่าดิบชื้น ป่าชายเลน อันเป็นถิ่นอาศัยของพรรณไม้และสัตว์นานาชนิด นอกจากนี้ยังมีอ่าวน้อยใหญ่ที่อุดมไปชายหาดสวยงามมากมายหลายแห่ง อีกทั้งในท้องทะเลของเกาะตะรุเตายังมีพันธุ์ปลาหลากหลายชนิดรวมทั้งเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ 4 ชนิดอีกด้วย คำว่า “ตะรุเตา” นี้เพี้ยนมาจากคำว่า “ตะโละเตรา” ซึ่งในภาษามลายูแปลว่า “มีอ่าวมาก” นั่นเอง
– ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยที่สุดจาก อ่าวพันเตมะละกาที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวบนผาโต๊ะบูได้อีกด้วย ที่นี่เป็นอ่าวที่มีชายหาดยาวขาวสะอาดและเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตาและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนหนึ่งจัดนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตาให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้
– สัมผัสความเงียบสงบริมอ่าวจาก อ่าวเล็ก ๆ ที่ติดกับอ่าวพันเตมะละกา
– เดินเล่นบนเม็ดทรายนุ่มเท้าของอ่าวเมาะและ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 4 กิโลเมตร หาดทรายขาวสะอาดของที่นี่ได้รับการแต่งแต้มด้วยทิวมะพร้าวเรียงรายสวยงาม ทั้งยังมีบังกะโลไว้พักแรมสำหรับคนที่อยากดื่มด่ำตะรุเตาให้เต็มอิ่ม
– สนุกกับหลากกิจกรรมบน อ่าวสนห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 8 กิโลเมตร เป็นอ่าวรูปโค้งที่มีหาดทรายสลับกับหาดหินและเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลที่นี่มีจุดกางเต็นท์บริการอาหารและเครื่องดื่ม และยังมีน้ำตกขนาดเล็กคือน้ำตกลูดูและน้ำตกโละโป๊ะเหมาะสำหรับเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
– ทักทายดวงตะวันยามเช้าที่ อ่าวตะโละวาวอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะอันเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม
– เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากอ่าวตะโละอุดัง อยู่ทางทิศใต้ของเกาะห่างจากเกาะลังกาวี 8 กิโลเมตร ด้านหน้าอ่าวมีหินซีกขนาดใหญ่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ มีสะพานสำหรับจอดเรือ โดยที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นที่กักกันนักโทษการเมืองกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบ
– สัมผัสสายน้ำเย็นฉ่ำจากน้ำตกลูดูเป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และอยู่ห่างจากอ่าวสนประมาณ 3 กิโลเมตร
– ระทึกใจไปกับความตื่นเต้นในถ้ำจระเข้เป็นถ้ำที่มีความลึกประมาณ 300 เมตรภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลักษณะแตกต่างกันไปชวนจินตนาการบรรเจิด โดยต้องนั่งเรือหางยาวไปตามคลองพันเตมะละกา สองฝั่งคลองหนาแน่นไปด้วยต้นโกงกาง ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 20 นาทีและใช้เวลาชมถ้ำประมาณหนึ่งชั่วโมงการเดินทางชมถ้ำแนะนำว่าควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย
– ตื่นตากับวิวสุดอลังการจากจุดชมวิว “ผาโต๊ะบู”เป็นหน้าผาสูง 60 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งอยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ โดยใช้เวลาเดินขึ้นจุดชมวิวประมาณ 20 นาที จากบนนี้จะเห็นทะเลสีครามสดใสที่มาพร้อมทัศนียภาพชวนมองของเกาะบุโหลน เกาะกลาง เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี หมู่เกาะเภตรา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามอีกมุมหนึ่ง

กิจกรรมน่าสนุก
– เดินป่าศึกษาธรรมชาติ จากที่ทำการอุทยานฯ บริเวณอ่าวพันเตมะละกามีเส้นทางเดินเท้าผ่านป่าดงดิบไปอ่าวตะโละวาวระยะทาง 12 กิโลเมตร สภาพของสองข้างทางเป็นป่าดงดิบหนาทึบ ร่มรื่นด้วยไม้นานาพรรณมีสัตว์ป่า เช่น หมูป่า กระจง และนกน่าสนใจหลายชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบได้บ่อย นอกจากนี้ยังมีอีกเส้นทางหนึ่งไปอ่าวจากอ่าวเมาะและจนถึงอ่าวสนระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจะผ่านป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์และยังเหมาะแก่การดูนกเช่น นกเงือก นกแซงแซว
– ล่องเรือรอบเกาะ เพื่อศึกษาธรรมชาติโดยรอบ โดยอุทยานฯ ได้จัดเรือบริการพร้อมเจ้าหน้าที่นำทางชมหาดทรายต่างๆ ซึ่งเริ่มจากแวะดูนกที่อ่าวจากชมหาดทรายขาวและยาวที่สุดที่อ่าวสน ศึกษาร่องรอยประวัติศาสตร์ที่อ่าวตะโละอุดัง ชมธรรมชาติที่อ่าวตะโละวาว แวะดำน้ำและเที่ยวป่าชายเลนใช้เวลาในการล่องเรือ 1 วันทั้งนี้ ผู้สนใจติดติดได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะ

ชวนพัก
ในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง สอบถามรายละเอียดได้ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. +66 2562 0760, www.dnp.go.th หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110 โทร. +66 7478 3485, +66 7478 3597, +66 7478 1285 หรือหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ต.ต.1 (อ่าวพันเตมะละกา) บนเกาะตะรุเตาโทร. +66 7472 9002-3
/ขอบคุณ ททท

About the author:

Back to Top